[Aldnoah.Zero] Breathe

posted on 06 Oct 2014 21:35 by lvlelody in Fiction directory Fiction, Cartoon, Entertainment

 

 

 

**กรุณาอย่านำ ฟิคไปดัดแปลง แก้ไข หรือโพสลงที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต



Title: Breathe
Author: melody
Character: Slaine Troyard, Cruhteo, Asseylum Vers Allusia
Rating: G
Author note: ...ยังยืนยันว่าตัวเองเป็นเมนส้มค้างคาวนะคะ... //หลักฐานคือฟิคเรื่องนี้แหละ! //เมนเมื่อไหร่ออกช้าตัลหลอดดดดด
 
 
 
 
 
 
 
 
--- † --- † --- † --- † --- † --- † --- † --- † --- † ---
 
 

 

 

สวนในปราสาทของท่านเคานท์ครูเทโอ้กว้างใหญ่เกินไป

 

สเลนเงยหน้ามองท้องฟ้าสีแดง...ท้องฟ้าของเวิร์สไม่เคยเป็นสีฟ้า... ไม่มีสีฟ้า อากาศบางเบาหายใจลำบาก แม้จะเป็นในปราสาทของท่านเคานท์ก็ยังเป็นผืนดินที่เพาะปลูกอะไรไม่ขึ้น ต้นไม้มีแต่ไม้แล้งน้ำ ไร้ใบ และส่วนใหญ่เป็นกอหนามป้องกันผู้บุกรุก เน้นใช้งานจริงมากกว่าจะเพียงแค่ประดับให้ความสวยงาม

 

หลงทาง

 

สเลนในวัยสิบสองขวบกลืนก้อนแข็งๆ ลงคออย่างยากลำบาก ขอบตาอุ่นชื้นขึ้นมาอย่างหักห้ามไม่ได้

 

ดวงตาสีครามมองไปรอบๆ ตัวอีกครั้ง หวังจะหาอะไรบางอย่างเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวหรืออย่างน้อยก็ทำให้จดจำได้ว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

 

สิ่งที่จำได้มีเพียงแค่...ตอนเช้าเจ้าหญิงบอกว่าจะมาเยือนที่คฤหาสน์ของเคานท์ครูเทโอ้..หนึ่งในสามสิบหกอัศวินแห่งเวิร์ส ท่านเคานท์ผู้ที่เขาไม่เคยได้พบปะ ระหว่างอยู่ในห้องรับรอง เจ้าหญิงบอกให้เขาไปรอที่ห้องกระจก...พื้นซึ่งเป็นกระจกใสทำให้มองเห็นดาวเคราะห์อันเป็นบ้านเกิด...โลก

 

ถึงแม้จะแอบสงสัยว่าเหตุที่เจ้าหญิงชวนเขามาหาท่านเคานท์ครูเทโอ้จะเป็นเพราะอยากให้เขาได้เห็นสิ่งนี้ แต่สเลนก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป เพียงแค่รับคำเสียงแผ่วๆ แล้วเดินไปยังห้องที่ได้รับการบอกเล่ามาอย่างว่าง่าย

 

ระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งปีในเวิร์สทำให้เขาตระหนักได้เป็นอย่างดีว่าเผ่าพันธุ์ของตนเป็นที่รังเกียจของชาวเวิร์สเพียงใด ถ้าไม่ใช่เพราะ...อาศัยจดจำเอาจากคำพูดของคนเหล่านั้นว่า ‘เจ้าหญิงคอยคุ้มกะลาหัวอยู่’ เขาอาจจะตายไปเป็นหมื่นรอบแล้วก็เป็นได้

 

เส้นทางในปราสาท...อันที่จริงก็กว้างใหญ่จนแทบจะเทียบเท่าได้กับปราสาทของเจ้าหญิงอัสเซย์ลัม ทอดยาวตรงไปราวกับไม่มีที่สิ้นสุด แต่เขาเป็นเด็กความจำดี และเจ้าหญิงก็บอกทางให้เข้าใจได้ง่ายๆ ดังนั้นจึงมั่นใจว่าไม่ได้หลงทาง ถ้าเขากะระยะไม่ผิด อีกไม่กี่นาทีเขาจะได้เจอทางแยก และซ้ายมือเป็นประตูบานใหญ่

 

ทางแยกอยู่ข้างหน้า

 

...และความเจ็บปวดก็แล่นปราดอย่างไร้ที่มา ก่อนที่สเลนจะได้ตระหนักรับรู้ถึงสิ่งใด สติก็ถูกความมืดเข้ากลืนกิน

 

นั่นคือความทรงจำสุดท้ายที่ตกค้าง...ก่อนที่ตัวเขาจะตื่นขึ้นมาและพบว่าตนเองอยู่นอกตัวปราสาทเสียแล้ว

 

................

 

สเลนถอนหายใจก่อนจะยกมือขึ้นแตะตรงจุดที่รู้สึกเจ็บก่อนจะสลบไป สัมผัสได้ถึงของเหลวเหนียวหนืดที่เริ่มแห้งกรัง สีแดงจนเกือบดำติดปลายนิ้วมา กลิ่นของเหล็กโชยแตะจมูก

 

สเลนปัดผมที่ตกลงมาปรกหน้าให้พ้นตา เขากำหนดทิศทางที่น่าจะนำไปสู่ทางเข้าปราสาทแล้วเริ่มออกเดิน

 

.............

 

“ม..มีใครอยู่ไหมครับ”

 

สเลนไม่เคยสัมผัสกับความรู้สึกนี้มาก่อน... การอยู่ตัวคนเดียว ที่ผ่านมาเคยคิดว่าถ้าจะต้องอยู่ท่ามกลางผู้คนที่เกลียดชังเขาจนอยากฆ่าให้ตายล่ะก็..สู้อยู่คนเดียวเสียยังจะดีกว่า แต่ตอนนี้เด็กชายเปลี่ยนความคิดแล้ว จะใครก็ได้ จะเป็นคนที่อยากฆ่าเขาก็ได้ เขาไม่อยากอยู่ตัวคนเดียว ไม่อยาก...ไม่เอาอีกแล้ว

 

อากาศบางเบาหายใจลำบาก ราวกับมีน้ำท่วมขังอยู่ในปอด แสบร้อนลวกลำคอ ไม่ว่าจะอาเจียนเอาน้ำออกไปเท่าไหร่ก็ไม่มีอากาศถ่ายเทเข้ามา

 

คนที่ดึงเขาขึ้นมาจากผืนน้ำอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้นคือองค์หญิง... องค์หญิงอัสเซย์ลัม

 

ไม่รู้ว่าเดินมานานเท่าไหร่แล้ว แต่ทิวทัศน์รอบข้างก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนไป ฝ่าเท้าเจ็บระบม แต่ไม่กล้าที่จะหยุดเดิน...ถ้าหยุดตอนนี้ล่ะก็...จะต้องก้าวขาไม่ออกอีกแน่

 

“ฮึก...ฮ...” เสียงสะอื้นสะท้อนในพื้นที่โล่งกว้าง นอกจากเสียงลมแล้วก็ไม่มีเสียงอื่นใดอีก ราวกับว่าโลกนี้เหลือเพียงเขาคนเดียวลำพัง

 

กึก...

 

ขาสั่นๆ ที่กำลังก้าวไปข้างหน้าหยุดกึก ดวงตาที่ฉาบเคลือบด้วยหยาดน้ำพยายามเพ่งมองไปรอบๆ เมื่อรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังมาจากที่ไหนสักแห่งไม่ไกลนัก

 

กึก กึก กึก

 

เสียงแผ่วเบาดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ สเลนกำลังจะส่งเสียงเรียกออกไปหากทว่าเสียงทั้งหมดกลับถูกกลืนหายไปในลำคอ ดวงตาที่เบิกกว้างมองภาพตรงหน้า สะท้อนเพียงความหวาดกลัวและภาพของสัตว์สี่เท้าขนาดใหญ่ดวงตาสีแดงก่ำซึ่งกำลังแสยะริมฝีปากอวดเขี้ยวยาวแหลมคม

 

ร่างสั่นสะท้านจนทำให้หยดน้ำตาร่วงผล็อยลงมาอาบแก้ม เจ้าสัตว์ประหลาดสีดำตัวนั้นคำรามก้องก่อนจะกระโจนเข้ามาหา รู้ว่าควรจะขยับตัวหลบหนี แต่ขาก็อ่อนล้าโรยแรงเกินกว่าจะขยับไปไหน คมเขี้ยวของสัตว์ร้ายห่างจากลำคอของเขาไปไม่ถึงนิ้วก่อนที่เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นจะถูกอะไรบางอย่างกระชากกลับไป

 

เพราะช็อคเกินกว่าจะขยับ แม้กระทั่งกะพริบตายังไม่กล้าด้วยซ้ำ สเลนจึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าที่ลำคอของสัตว์ตัวนั้นมีเชือกยาวดึงรั้งเอาไว้อยู่

 

“กินของแบบนั้นเดี๋ยวก็ท้องเสียกันพอดี”

 

เสียงทุ้มต่ำไม่คุ้นหูดังขึ้น ก่อนที่อีกเสียงหนึ่งจะดังตามมา

 

กึก กึก กึก กึก

 

แล้วเงาร่างสูงใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้า สิ่งที่ทำให้เกิดเสียงอันน่าพิศวงนั้นคือไม้เท้าที่ประดับยอดจับด้วยอัญมณีสีแดง ถึงแม้จะไม่เคยพบหน้าแต่เมื่อสังเกตชุดและยศประดับบนบ่าของอีกฝ่ายแล้วสเลนก็ตระหนักได้ว่าเขากำลังเผชิญหน้าอยู่กับใคร

 

“ท..ท่านเคานท์ครูเทโอ้?”

 

ดวงตาสีฟ้าคมกริบเย็นชาตวัดมองมาราวกับว่าเพียงแค่ถูกเขาเอ่ยเรียกก็จะทำให้ตัวตนอันสูงส่งของตนต้องมัวหมอง สเลนสะดุ้งเฮือกหลุบตาลงต่ำ ไหล่ลู่ลงและเนื้อตัวสั่นเทา

 

“กลับไปหาองค์หญิงได้แล้ว เป็นแค่มนุษย์ต่ำต้อยถึงกับกล้าทำให้องค์หญิงต้องเป็นกังวล”

 

“ข..ขอรับ” ยิ่งรู้สึกว่าตัวลีบเล็กลงกว่าเดิม

 

ชายร่างสูงผินกายกลับก่อนจะออกเดินไปด้วยฝีเท้ามั่นคง สเลนรีบร้อนตามไปอย่างไม่ลังเล ด้วยกลัวว่าจะต้องถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวอีกครั้ง แต่สองขากลับอ่อนแรงจนเสียหลักหน้าคะมำ มือยื่นออกไปหมายจะหาหลักยึดด้วยสัญชาตญาณ หากทว่าถ้าเขารู้ว่าสิ่งที่มือของตนจะคว้าจับนั้นคือชายเสื้อของท่านเคานท์ สเลนอาจจะยอมเจ็บตัวล้มลงไปแต่โดยดีเสียมากกว่า

 

อีกฝ่ายหันกลับมามอง ดวงตาสีฟ้าเย็นชาที่มองมาจากที่สูงยิ่งตอกย้ำความต่ำต้อยของตน “ข..ขออภัยขอรับ” เด็กชายรีบชักมือกลับก่อนจะพยายามยืนตรงด้วยสองขาอันสั่นเทา ไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบตาขึ้นมอง แต่เพราะก้มหน้าอยู่เช่นนั้นจึงได้เห็นปลายไม้เท้าของอีกฝ่ายขยับยกขึ้น

 

หลับตาปี๋ มั่นใจว่าอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าเขาอาจจะได้นอนสลบเป็นอาหารให้สัตว์เลี้ยงของท่านเคานท์แน่ ไม่สิ เมื่อครู่อีกฝ่ายห้ามไม่ให้เจ้าสัตว์ประหลาดสีดำนั่นกินเขาเพราะกลัวว่ามันจะท้องเสีย อาจจะแค่ถูกทิ้งไว้ที่นี่ก็ได้

 

ความคิดนั้นนำมาซึ่งความหวาดกลัว ยังผลให้เด็กชายรีบเงยหน้าขึ้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ขอให้อีกฝ่ายอย่าทิ้งเขาไว้ตามลำพังเลย

 

แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับเป็นปลายของไม้เท้าที่ยื่นมา

 

เด็กชายยืนนิ่งอย่างงุนงง รู้สึกจับต้นชนปลายไม่ถูก ชักช้าเสียจนอีกฝ่ายชักสีหน้าไม่สบอารมณ์ เอ่ยเสียงเรียบเฉยเย็นชาว่า “จะยืนบื้ออยู่อย่างนั้นอีกนานไหม” เด็กชายจึงสะดุ้งรู้สึกตัว เหลือบตามองอีกฝ่ายอย่างไม่แน่ใจนักว่าตนจะเข้าใจคำสั่งที่สื่อด้วยการกระทำของอีกฝ่ายได้ถูกต้องรึเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ลองยื่นมือออกไป จับที่ปลายไม้เท้า

 

มันไม่ได้สะบัดออกหรือตีลงมา แล้วก็รู้สึกได้ว่าคนที่จับอีกฟากของไม้เท้าเริ่มออกเดิน จังหวะการก้าวเดินไม่ได้เร็วมาก อาจจะเพราะมีเขาคอยถ่วงไว้ก็เป็นได้ แต่ก็เพราะมีสิ่งให้ยึดจับพยุง สองขาจึงสามารถก้าวเดินต่อไปได้

 

อาจจะเป็นเพราะตัวเขาไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจ อากาศที่เคยรู้สึกว่ามันช่างบางเบาจนแทบหายใจไม่ออกจึงค่อยๆ กลับคืนมาเป็นปกติ ทำให้ตัวเขาสามารถหายใจได้อีกครั้งหนึ่ง

 

สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วมองตรงไป แม้ว่าภาพเบื้องหน้าจะไม่ใช่รอยยิ้มอันงดงามดังเช่นหนึ่งปีก่อน...แต่เป็นแผ่นหลังเหยียดตรงสูงตระหง่าน หากอากาศที่สูดเข้าปอดในวินาทีนี้กับเมื่อหนึ่งปีก่อนกลับคลับคล้ายกันอย่างน่าประหลาด

 

เป็นอีกครั้งที่ได้รับความช่วยเหลือ

 

...เป็นอีกครั้งที่รู้สึกว่าการหายใจก็ไม่ได้ทุกข์ทรมานเช่นที่เคยเป็น...

 

 

 


 
 
 
 
 
--- † --- † --- † --- † --- † --- † --- † --- † --- † ---

 

 

 

 

 

 

 

 

 

*ทำหน้ากรุ่มกริ่มแล้ววิ่งหลบตีงชาวเรือส้มค้างคาว 

//ยันคงยืนยันอีกครั้งว่าเมเม่เป็นเมนส้มค้างคาวนะค้าาาาาาาา

 

ม..แม้ว่าจะใช้ wall ของเครื่องสำรองเป็นรูปนี้ 

 

 

 

ก..ก็ยังยืนยันว่าเป็นเมนส้มค้างคาวค่ะ!!!

CR: http://www.pixiv.net/member_illust.php?mode=medium&illust_id=45973475

 

 #วิ่งหนีไปดาวพลูโต

 

Comment

Comment:

Tweet

#สเลนกินกับอะไรก็อร่อย
/เม้นแค่นี้ /โดนพี่เมเม่ต่อย
แบบนี้ให้ฟีลพ่อลูก...ไม่ก็ต้อ----
โถ กลัวสเลนน้อยๆช้ำสินะ ยังเล็กอยู่ อดทนมานาน โตมาเลยฟาดไม่ยั้ง XD
แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยย//ฟิน
สเลนน่ารักสุโค่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เห็นแล้วอยากจิจับฟัดลากขึ้นห้อง//เผียด
ส่วนท่านครูเทโอ้เคอะ ซึนมากเด้ะโดนส้มคาบไปกินไม่รู้ด้วยนะเคอะ
จะรอส้มมาสู่ขอค้างคาวอยู่นะค่ะ 5555555

#2 By EvaXIII on 2014-10-06 22:39

สเลนนนนนนนนนนนน
โมเอะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ
โฮกกก //นอนตาย
 สเลนตอนเด็กๆ น่ารักมากๆ น่าจับกอด จับฟัด ////////b
 ส่วนท่านครูเทโอ้คะ... เป็นห่วงก็บอกค่ะ แหม่ ฮันน่อววววววววว //โดนไม้เท้าฟาดกลางหลัง
อย่างน้อยท่านครูเทโอ้ก็ยังช่วยให้สเลนวัยเด็ก(น่าจับจิ้มน้ำพริกกิน //ไม่ใช่ ฟฟฟฟ)เดินได้  ความรู้สึกตอนนี้เหมือนท่านเป็นพ่อเลย 555555555555555555555555555555555555555555555555
เย็นชามากไปก็ไม่ดีนะคะ เสียสุขภาพ กินเด็กแล้วสดใสค่ะ 5555555555555
ปล.พี่เมก็แต่งฟิคส้มค้างคาวตอนนี้เลยสิค------------------ double wink

#1 By WAN-NEON96 on 2014-10-06 22:11

melody in the world of the tale View my profile