[Fic Aldnoah.Zero] 31 October 2008

posted on 31 Oct 2014 15:59 by lvlelody in Fiction directory Fiction, Cartoon

 

 

 

**กรุณาอย่านำ ฟิคไปดัดแปลง แก้ไข หรือโพสลงที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต



Title: 31 October 2008
Author: melody
Character: Kaizuka Inaho , Slaine Troyard
Rating: G
Author note: 
 
 
 
 
 
 
 
 
--- † --- † --- † --- † --- † --- † --- † --- † --- † ---
 
 

 

 

31 October 2008

 

 

ถนนหนทางระหว่างกลับบ้านไม่ได้เงียบเหงาเหมือนทุกวัน ไคซึกะ อินาโฮะขยับกระเป๋าที่สะพายอยู่บนหลังเล็กน้อย ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างกลิ้งกุกกักอยู่เต็มกระเป๋า อันที่จริงเมื่อเช้ากระเป๋าของเขาไม่ได้หนักขนาดนี้ แต่เพราะวันนี้เป็นวันพิเศษ เป็นวันเทศกาลฮัลโลวีน ครูที่โรงเรียนจึงเอาขนมมาแจก และเพราะเขาเป็นนักเรียนที่ทำผลการเรียนได้ดีเป็นพิเศษมาตลอด ขนมที่ได้จึงเยอะกว่าคนอื่นนิดหน่อย...แต่นิดหน่อยของครูหลายๆ คนก็ทำเอาขนมแทบล้นกระเป๋า ขนาดแบ่งให้เพื่อนไปบ้างแล้วยังเหลืออีกเยอะทีเดียว

 

เด็กชายเดินผ่านสวนสาธารณะที่มีเด็กๆ วิ่งเล่นกันอยู่เต็มลาน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกวาดมองไปรอบๆ ตามความเคยชิน แต่แล้วก็สะดุดตากับร่างหนึ่งที่นั่งอยู่บนม้านั่งข้างๆ สนามเด็กเล่น

 

เด็กคนนั้นน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา แต่ในเมืองเล็กๆ แบบนี้เด็กทุกคนก็รู้จักกันหมด และอินาโฮะก็มั่นใจว่าตนเองไม่เคยเห็นหน้าอีกฝ่ายมาก่อน

 

และดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีแต่เขาที่สงสัยเช่นกัน

 

อินาโฮะมองเห็นเด็กโตสองสามคนจับกลุ่มกันมองไปที่เด็กคนนั้นตาเป็นมัน คนหนึ่งเริ่มหยิบหน้ากากผีขึ้นมาสวม อีกสองคนที่เหลือก็พยายามแต่งให้ตัวเองดูน่าสยองขวัญที่สุด

 

อันที่จริงมันก็เป็นแค่การละเล่นของเด็กๆ แต่อินาโฮะกลับรู้สึกติดใจเด็กคนนั้นเป็นพิเศษ เด็กชายจึงเดินเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดเพื่อให้มองเห็นเหตุการณ์ได้ชัดขึ้น

 

ภายใต้แสงไฟประดิษฐ์ เส้นผมของเด็กแปลกหน้าเป็นสีอ่อนจาง อาจจะเหมือนสีของแสงจันทร์ที่เคยเห็นในรูป แต่เพราะเหตุการณ์เมื่อเก้าปีก่อน ...ในปีเดียวกับที่เขาเกิด ดวงจันทร์ได้พังพินาศลง แตกดับไปตลอดกาล ดังนั้นอินาโฮะจึงบอกไม่ได้เช่นกันว่าสีสันที่แท้จริงของแสงจันทร์เป็นเช่นไร

 

เด็กคนนั้นไม่มีทีท่าว่าจะรู้ตัวว่ากำลังมีคนย่างสามขุมเข้ามาหา ยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือในมือ จนกระทั่งถูกเงามืดทาบทับบดบังแสงจนอ่านต่อไม่ได้นั่นล่ะ เจ้าตัวถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่ามีคนมายืนอยู่ตรงหน้า

 

ใบหน้าที่ก้มลงแทบจะจมลงไปในหนังสือเงยขึ้นอย่างดีใจด้วยนึกว่าเจ้าของเงาที่ทอดลงมาคือบุคคลที่ตนกำลังเฝ้ารอ แต่เมื่อเห็นว่าร่างที่ปรากฏตรงหน้าคือผีร้าย...ดวงตาสีครามนั้นก็เบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ

 

“Trick or Treat!?” ผีร้ายประสานเสียงกันร้องขึ้น ยิ่งทำให้เด็กชายสะดุ้ง

 

“อ..เอ่อ...” ร่างเล็กๆ ขยับตัวพยายามกระถดหนี แต่ผีร้ายสามตัวก็ปิดทางข้างหน้าไว้เสียหมด จนกระทั่งแผ่นหลังติดม้านั่ง ตระหนักได้ว่าไม่มีทางหนีอีกแล้ว ใบหน้าที่ขาวอยู่แล้วกลับยิ่งเผือดซีด จวนเจียนจะร้องไห้

 

Treat”

 

ทว่าก่อนที่หยาดน้ำตาที่เอ่อคลอจะได้ร่วงหยดลงมา เสียงที่ไม่คุ้นหูก็ดังขึ้นจากด้านหลังของม้านั่งก่อนที่มือข้างหนึ่งจะยื่นออกมาเฉียดเส้นผมสีอ่อนไปนิดเดียว ตกใจเสียจนน้ำตาไหลกลับเข้าไปจนหมด เด็กชายเกือบจะร้องออกมาอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นเสียก่อนว่ามือข้างนั้นเป็นมือของมนุษย์...ซ้ำยังถือขนมเอาไว้เต็มกำมืออีกต่างหาก พวกผีร้ายพอเห็นขนมแล้วก็ส่งเสียงเฮกันใหญ่ รับเอาขนมไปจากมือนั้นแล้วจึงจากไปโดยไม่สนใจเขาอีก ทิ้งให้เขาได้แต่กะพริบตาปริบๆ มองตามอย่างไม่เข้าใจ

 

ถึงจะยังไม่ทันหายตกใจ แต่พอเวลาผ่านไปครู่หนึ่งก็นึกขึ้นได้ว่าข้างหลังม้านั่งนี่ยังมีคนที่เพิ่งช่วยเขาเอาไว้อยู่อีกคน

 

“ขอบคุณมากครับ” เด็กชายรีบหันหน้ากลับมาขอบคุณผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ทว่าเมื่อหันไปมองแล้ว เขาก็ได้แต่กะพริบตาปริบๆ เมื่อด้านหลังของตนกลับมีเพียงความว่างเปล่า...ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตแม้แต่น้อย เด็กชายมีสีหน้างุนงงอยู่ชั่วครู่ก่อนที่สีสันที่เพิ่งเริ่มกลับมาบนใบหน้านั้นจะหายวับไปจนหมดสิ้นอีกครั้ง ไม่ต่างอะไรกับตอนที่ผีร้ายพวกนั้นปรากฏตัวขึ้นแม้แต่น้อย

 

“สเลน”

 

เด็กชายสะดุ้งอีกคำรบ เขาหันไปมองตามเสียงเรียกก่อนจะเห็นใบหน้าอันคุ้นตากำลังมองมา ไม่ใช่ผีร้าย ไม่ใช่บุคคลปริศนาที่โผล่มาแค่เสียงกับมือข้างหนึ่ง แต่เป็น...

 

“คุณพ่อ!”

 

เด็กชายร้องเรียกก่อนจะโผเข้าหาอ้อมแขนที่อ้าออกรับ ผู้เป็นบิดาก้มลงมองบุตรชายที่ทำตัวแปลกไปอย่างประหลาดใจ แต่ถึงอย่างนั้นมือใหญ่ๆ ก็ยังลูบเส้นผมนุ่มๆ และอุ้มร่างเล็กๆ ขึ้นมากอดปลอบอย่างอ่อนโยน

 

 

 

 

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองความเคลื่อนไหวเหล่านั้นอยู่ตลอด แม้จะมีระยะห่างของสนามเด็กเล่นคั่นเอาไว้ แต่เขาก็สามารถมองเห็นสีหน้าโล่งอกน้ำตาคลอของเด็กคนนั้นได้อย่างชัดเจน

 

เฝ้ามองอยู่สักพักจนเห็นว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว เด็กชายจึงจับกระเป๋าที่เบาลงไปเยอะขึ้นสะพายหลังแล้วหันหลังให้

 

ราวกับมีอะไรบางอย่างดึงดูดให้เหลียวหลังหันกลับไปมอง

 

ใบหน้าเล็กๆ ที่เกยไหล่กว้างของผู้เป็นบิดาหันมาทางนี้พอดี

 

แล้วก็ได้สบกับดวงตาสีคราม...ราวกับท้องทะเล

 

 

…………….

..........

.......

...

 

 

 

“นายน่ะ...เป็นศัตรูของผมครับ”

 

สกายแคริเออร์ร่วงหล่นลงสู่ผืนน้ำ

 

...จมลึกลงไปในสีสันเดียวกับดวงตาที่ยังตรึงอยู่ในความทรงจำ...

 

 

 

 
 
 
--- † --- † --- † --- † --- † --- † --- † --- † --- † ---
 
 

 

 

แล้วก็ตระหนักได้ว่า........................ การเขียนคู่นี้แบบมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งเป็นเรื่องยากมาก ถ้าไม่ใช่ AU ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
 
ตอนแรกที่เขียนไม่ได้คิด 3 บรรทัดสุดท้ายนั่นไว้เลย (จบที่ 6 ปีให้หลัง เพราะการบิดเบือนทำให้เกิดประตูมิติ 31 Oct 2014 จู่ๆ ก็มีคนตกลงมาจากฟ้าด้วยซ้ำ.......) #พรากกกกก
 
แต่รู้ตัวอีกทีมันก็งอกออกมาแล้ว..........
 
...และรู้สึกว่าจบแบบนี้ดีกว่าด้วย... #โถนะสเลน... 
 
 
 
ก็... ไม่ได้รู้สึกฮึกเฮิมแบบนี้มานาน นิ้วคล่องขึ้นนิดนึงแล้วด้วย ; w ; กลับมาเขียนฟิคได้แล้วสินะ ฟิคอันบล็อคสักที ฟฟฟฟ //อัพบลอครัวๆ ให้เบื่อกันไปข้างเลยค่ะ!
 
 
ก็ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ ติชมได้ตามอัธยาศัยค่ะ >w<)♥
 
 
สุดท้าย....
 
 
Trick or Treat!!! 
 
 
 
cr: http://www.boredpanda.com/halloween-pet-costumes-animals/ 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

melody in the world of the tale View my profile